สิ่งที่เราควรรู้เป็นแนวทางก่อนที่จะเลี้ยงปลาสวยงาม

สิ่งที่เราควรรู้ก่อนที่จะเลี้ยงปลาสวยงาม

การเลี้ยงปลาสวยงาม

การเลี้ยงปลานั้นถือเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับคนที่ต้องการความคลายเหงา การเลี้ยงปลาในห้องถือเป็นเพื่อนที่ดีเป็นสัตว์ที่ตัวเล็กน่ารัก มีความว่ายน้ำไป ว่ายน้ำมา อยู่ในตู้กระจกให้เราได้ชื่นชม มีความเพลิดเพลินในระดับหนึ่งสามารถคลายเหงาได้เป็นอย่างดี และถือเป็นสัตว์เลี้ยงที่คนนิยมนำมาเรียงกันด้วย เพราะว่าไม่ค่อยมีปัญหาในเรื่องของการรบกวน ในด้านของเสียง กลิ่น หรือความวุ่นวายอะไรต่าง ๆ เหมือนกับสัตว์ประเภทอื่น ๆ มากนัก คนส่วนใหญ่จึงนิยมนำปลามาเลี้ยงเพื่อความสวยงามและความจรรโลงใจ

ซึ่งชนิดของปลาสวยงามนั้น สามารถจำแนกออกได้อย่างมากมาย แต่ที่นิยมเลี้ยงที่สุดในประเทศไทย ได้แก่ ปลาทอง ปลากัด ปลาหางยกยูง ปลาคาร์พ ปลาหมอสี ปลามังกร เป็นต้น แต่การที่จะเลี้ยงปลานั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายซะทีเดียวต้องมีความรู้ ต้องศึกษาวิธีการเลี้ยงดูแลมาอย่างดีในระดับหนึ่ง อย่างเช่น ศึกษาในเรื่องของการจัดตู้ปลาก็สำคัญ วันนี้เราก็เลยจะมาพูดถึงการจัดการตู้ปลา ว่าเขาจัดการกันอย่างไรและการเลือกตู้ให้เหมาะสมกับปลาที่เราเลี้ยงและในเรื่องของการเปลี่ยนถ่ายน้ำ ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ ที่คนเลี้ยงปลาควรจะต้องได้รู้เอาไว้ก่อนเลี้ยง

การจัดการตู้ปลา                 

1. การเลือกตู้ปลาสวยงามนั้นโดยทั่วไปแล้วมีหลักวิธีการเลือกอยู่ โดยหลัก ๆ คนเราควรที่จะเลือกตู้ปลาแบบโดยการวัดจาก ขนาดปลา 1 นิ้วต่อน้ำ 5 แกลลอน แต่หากว่ามีขนาดใหญ่กว่านั้นก็จะยิ่งดี เพราะจะทำให้ปลาของคุณว่ายเล่นไปที่ไหนก็ได้ แบบที่ไม่ต้องรู้สึกอึดอัดกับการอยู่ภายในตู้ ตู้ยิ่งใหญ่ยิ่งดีต่อตัวปลา แต่หากใครที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นซื้อตู้ปลาขนาดไหนดี ก็ให้เอาหลักเกณฑ์นี้เป็นที่ตั้ง เริ่มที่น้ำอย่างน้อย 5 แกลอนต่อปลา 1 ตัวนั่นเอง และที่สำคัญสถานที่ตั้งของตู้ปลา ไม่ควรใกล้ประตูหรือหน้าต่าง เพราะอาจจะโดนแสงแดด ซึ่งอาจทำให้เกิดตะไคร้ได้ง่าย

2. เครื่องกรองน้ำ ควรมีพื้นที่ 1/3 – 1/4 ของพื้นที่ตู้เลี้ยงทั้งหมด เพราะเป็นไอเท็มที่มีประโยชน์ต่อปลามาก นอกจากจะช่วยรักษาคุณภาพน้ำ แล้วยังช่วยกรองเศษอาหารและของเสียที่ปลาถ่ายออกมาอีกด้วย  และวัสดุที่นิยมนำมาใช้เป็นเครื่องกรอง คือ หินกรอง, ใยแก้ว, ฟองน้ำ เป็นต้น

3. การให้ออกซิเจน แน่นอนว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นสูงสุดต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือเป็นปลาหรือสัตว์อื่น ๆ ก็ตาม ล้วนต้องมีออกซิเจนเพื่อที่จะช่วยในเรื่องของการหายใจ ซึ่งการให้ออกซิเจนสำหรับปลานั้น ปริมาณที่ให้ขึ้นอยู่กับชนิดปลาสวยงามที่เลี้ยง จำนวนของปลา แล้วแต่ละแบบกัน

การจัดการคุณภาพน้ำ

1. สิ่งสำคัญอันดับแรกเลยคือ น้ำต้องไม่มีคลอรีน เพราะคลอรีนเป็นพิษสำหรับปลาและจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ที่อาศัยในระบบกรอง โดยการอาจใช้สารโซเดียมไธโอซัลเฟตหรือสารจับคลอรีนเพื่อเร่งให้คลอรีนหมดเร็วขึ้น หรือพักน้ำให้คลอรีนระเหยจนหมดก่อน

2. ปรับสมดุลแก่จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในระบบ โดยการเปิดเครื่องกรองน้ำให้ทำงานก่อนปล่อยปลาลงตู้

3. รักษาจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในระบบไว้ โดยการล้างเครื่องกรองน้ำด้วยน้ำเลี้ยงปลาเดิม

4. ควรมีการตรวจคุณภาพน้ำอยู่เป็นประจำ เช่น แอมโมเนีย ไนไตรท์ ค่าความเป็นกรด-ด่าง ความกระด้างหรือสารพิษในน้ำ ซึ่งเบื้องต้นอาจสังเกตุจากสีและกลิ่นของน้ำที่เปลี่ยนไป

การเลือกปลาและการปล่อยปลาลงตู้

ควรเอาปลาที่อยู่ในถุงลอยน้ำในตู้ลงก่อน เพื่อปรับอุณหภูมิให้ใกล้เคียงกัน ประมาณ 20 – 30 นาที แล้วค่อยๆเติมน้ำลงในถุง เพื่อปรับสมดุล แล้วจึงค่อยๆปล่อยปลาลง เพื่อที่ว่าปลาจะได้ปรับสมดุลกับสภาพแวดล้อมและอุณหภูมิใหม่ได้ง่ายดาย และควรเลือกปลาที่ตาใส ท้องเต็มแต่ไม่บวม ปลาที่ตื่นตัว ว่ายน้ำเป็นปกติ  ครีบสวยสมบูรณ์ หายใจสม่ำเสมอ แล้วก็มีสีสันสดใส

การเปลี่ยนถ่ายน้ำ

การเปลี่ยนถ่ายน้ำนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะเป็นการป้องกันปลาเกิดอาการช็อกน้ำ โดยคุณสามารถสังเกตุได้จากคุณภาพของน้ำในตู้เริ่มเปลี่ยน สีเริ่มเปลี่ยน หรือกลิ่นเริ่มเปลี่ยน เป็นต้น โดนต้องเปลี่ยนน้ำอย่างระวัง อย่าเปลี่ยนน้อยหรือมากจนเกินไป ซึ่งที่แนะนำประมาณ 30 – 50% ของปริมาณน้ำทั้งหมด ก็จะทำให้ปลาของคุณนั้นอยู่รอดปลอดภัย สวยงามดังเดิม